Join MultiplyOpen a Free ShopSign InHelp
MultiplyLogo
SEARCH
Posted by ZiikiiziiK on Sep 15, '08 2:26 PM for everyone
Category:Books
Genre: Health, Mind & Body
Author:เกร็ดความรู้
กระแสความงามที่หนุ่มสาวสมัยใหม่ในสังคมต่างเรียกร้องโหยหาความงามของตนเอง
ภายใต้หน้ากากที่ห่อหุ้มจากมลภาวะในสังคม จุดนี้เองจึงเกิดกระแสสร้างความงามด้วยเคมี
ขึ้น เมื่อวิเคราะห์ถึงความคุ้มค่าทางด้านราคาและความปลอดภัยแล้วทางเคมีแล้ว กลับมีผล
เสียมากกว่าผลดีที่ได้ จึงทำให้หลายฝ่ายต่างหวนหาและย้อนกลับมาใช้ความคุ้มค่าจาก
สมุนไพรมากกว่าสารเคมีจอมปลอม


ด้วยความคุ้มค่าของสมุนไพรอย่างว่านหางจระเข้ จากภูมิปัญญาชาวบ้าน “ยาทา” บาด
แผลเช่น แผลไฟไหม้หรือรอยขีดข่วน ตัดว่านหางจระเข้จะมีเมือกเหนียวๆ มีคุณสมบัติโปรง
แสง เมื่อนำว่านหางจระเข้ปิดไว้ที่บาดแผล จะป้องกันเชื้อโรคไม่ให้เข้าไป และไม่ให้อาการ
รุนแรงมากขึ้น ลดการติดเชื้อ สลายพิษของเชื้อโรค มีส่วนช่วยบำรุงผิว บำรุงเส้นผมได้ดีอีก
ด้วย


เหตุนี้ทางเมดิแคร์คลินิกเล็งเห็นความสำคัญของการใช้สมุนไพรอย่าง “ว่านหางจระเข้”
จึงได้คิดค้นเวชสำอางหลายชนิดที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ

ด้าน พ.ท.นพ.วิษณุ ประเสริฐสม ประธานกรรมการบริหารคลินิกเวชกรรมเมดิแคร์
กล่าวว่าคุณค่าของว่านหางจระเข้มีมากมาย นอกจากใช้รักษาโรคแล้ว ยังใช้บำรุงผิว บำรุง
เส้นผมได้ด้วย จะเห็นได้เวชสำอางค์หลายชนิดของเมดิแคร์ ใช้สมุนไพรและว่านหางจระเข้
เป็นส่วนประกอบ และกำลังเป็นที่นิยมของคนทั่วไป



เนื่องจากว่านหางจระเข้ มีคุณสมบัติสามารถช่วยให้กระบวนการเมตะโบลิซึม ทำงาน
ได้เป็นปกติ ลดการติดเชื้อ สลายพิษของเชื้อโรค กระตุ้นการเกิดใหม่ ของเนื้อเยื่อส่วนที่
ชำรุด ฉะนั้น ว่านหางจระเข้จึงถูกนำมาใช้ เพื่อบำรุงผิวพรรณ ผู้ที่ใช้ว่านหางจระเข้บำรุงผิว
พรรณอยู่เป็นประจำ จะรู้สึกได้ชัดว่าว่านหางจระเข้มีส่วนช่วย ให้ผิวพรรณผุดผ่อง สดชื่น มีน้ำ
มีนวล และยังสามารถขจัดสิว ใช้ว่านหางจระเข้ทาบริเวณหัวสิว จะทำให้หัวสิวแห้งเร็ว และลบ
รอยจุดด่างดำได้ด้วย


โดย ส่วนที่นำมาใช้มี 2 ส่วน คือ: ส่วนที่ 1. ยางจากใบ โดยการทำให้แห้งเป็นก้อน
เรียกว่า ยาดำ นำมาใช้เป็นยาระบาย ส่วนที่ 2. ส่วนที่เป็นวุ้น


สารที่มีประโยชน์: สารอะโลอิน (aloin) และสารอื่นๆ มีฤทธิ์ยับยั้งเอ็นไซม์ ไทโรซิ
เนส (tyrosinase) ซึ่งอยู่ใต้ผิวหนัง


สรรพคุณทางยา: ส่วนที่เป็นวุ้น 1.ใช้เป็นยาฆ่าเชื้อ ช่วยสมานห้ามเลือด ระงับปวด
2.รักษาโรคผิวหนัง,แผลเรื้อรัง,เริม,งูสวัด 3.ลบรอยแผลเป็น, แก้ผื่นคันจากการแพ้สารต่างๆ
4. แก้ขี้เรื้อนกวาง,ผื่นปวดแสบปวดร้อน,แก้พิษแมลง,แมงกะพรุน,ใบตำแย 5.รักษาโรค
กระเพาะอักเสบ,ท้องผูก,บำย ขับพิษรุงร่างกาย


จากเอกสารทางประวัติศาสตร์ของอียิปต์ โรมัน กรีก แอลจีเรีย ตูนีเซีย อาหรับ อินเดีย
และจีน มีการรายงานใช้พืชนี้เป็นเครื่องสำอางและ ทั้งยา ในการรักษาแผลไฟลวก รักษา
แผลทั่วไปและระงับความเจ็บปวด รวมทั้งรักษาโรคเรื้อนกวาง โรคนอนไม่หลับ กระเพาะ
อาหารทำงานไม่ปกติ ท้องผูก ริดสีดวงทวาร อาการคันที่ผิวหนัง ปวดหัว ผมร่วง โรคเหงือก
และฟัน โรคไต ผิวหนังพอง ผิวถูกแดดเผา ผิวด่างดำ แผลมีดบาด ผื่นคัน สิว ผิวหนังเป็นด่าง
ดำ ช่วยบำรุงผิวหนังในกรณีของโรคเรื้อน หรือแม้แต่พระนางคลีโอพัตราก็รักษาความงาม
และความมีเสน่ห์ของพระองค์ด้วยวุ้นของว่านหางจระเข้


“ด้วยเหตุนี้ เมดิแคร์ จึงได้นำลักษณะคุณสมบัติเฉพาะของว่านหางจระเข้ ที่สามารถลด
ความแห้งกร้าน และลดความมันของผิวหน้าได้ โดยคนที่มีผิวมัน ก็จะช่วยให้ลดความมัน คน
ที่มีผิวหน้าแห้ง ก็ยังรักษาความชุ่มชื่นของผิวไว้ได้ บำรุงผิว ป้องกันฝ้า ลบรอยจุดด่างดำและ
ช่วยรักษาสิวได้ มาเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเวชสำอางหลาย ๆ ชนิดของเมดิแคร์” พ.ท.
นพ.วิษณุ กล่าว

••• ••• ••• ••• ••• ••• ••• ••• ••• ••• ••• ••• ••• ••• ••• ••• ••• ••• ••• ••• ••• ••• ••• •••

"เกร็ดเล็กน้อย"
สารพัดประโยชน์กับว่านหางจระเข้

ถ้าถามถึงสมุนไพรคู่บ้านที่ไม่ว่าหลังไหนๆ ก็ต้องมีปลูกไว้ "108 เคล็ดกิน" คิดว่าน่าจะ
เป็น "ว่านหางจระเข้" พืชที่มีชื่อสมตัว เพราะลักษณะเป็นเหมือนหางจระเข้เปี๊ยบเลยทีเดียว
ว่านหางจระเข้ เป็นพืชที่มีแหล่งกำเนิดอยู่แถวๆ ชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนี่ยนโน่น แต่ด้วยความที่
เป็นพืชที่ปลูกง่ายขึ้นง่าย แถมยังมีประโยชน์มากมาย จึงทำให้หลายๆ บ้านต้องมีว่านชนิดนี้
ปลูกไว้ใกล้มือ

นอกจากประโยชน์ของว่านหางจระเข้ที่ใช้กันบ่อยๆ นั่นก็คือการใช้รักษาแผลไฟไหม้
หรือน้ำร้อนลวกแล้ว ว่านชนิดนี้ก็ยังสามารถนำมากินเพื่อโรคต่างๆ ได้ด้วย เช่น ผู้ที่เป็นโรค
เบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคตับอักเสบ หรือหอบหืด ก็ให้เอาวุ้นจากใบว่านหางจระเข้
สด ขนาดประมาณ 3-4 ซม. มากินทุกวัน หรือผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร ลำไส้อักเสบ ก็ให้
กินวุ้นจากใบสดเช่นกัน แต่ให้กินวันละสองเวลา


ส่วนคนที่ชอบเมารถเมาเรือ ว่านหางจรเข้ก็ช่วยได้ โดยกินวุ้นว่านหางจระเข้สดๆ ขนาด
ประมาณ 2-3 ซม. ก่อนออกเดินทาง ก็จะช่วยให้หายเมาได้ หรือใครไม่เจ็บไม่ป่วย เเข็งแรง
ดี แต่อยากจะกินกับเขาบ้างก็สามารถทำได้ เพราะว่านชนิดนี้มีสรรพคุณช่วยบำรุงสุขภาพ
เพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ แต่ที่สำคัญ อย่าลืมปอกเปลือกและล้างน้ำยางออกจนหมด
เกลี้ยงแล้วค่อยกินล่ะ... ไม่งั้นน้ำยางกัดปากไม่รู้ด้วย


ขอบคุณค่ะ
Credit :: shisanukan [สาระแน.com]
Credit :: โรงเรียนสตรีสิริเกศ [เกร็ด]


nutthapongs wrote on Sep 29, '09
Confirm ครับ ว่าได้ผลดีจริงๆ โดยเฉพาะรักษาสิวจากว่านสดๆ
Add a Comment
How would you rate this book? (optional)
0 out of 5 stars